. . .

ผ่านมา 10 ปี ทำไม Honda S2000 ถึงยังเป็นที่สุดของค่าย

honda S2000

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว Honda S2000 ถือเป็นรถสปอร์ตขับหลังที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด มันเป็นรถที่ขับสนุกอย่างที่รถสปอร์ตควรจะเป็น หลายๆสำนักรีวิวรถยนต์จากต่างประเทศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า S2000 คือนิยามของคำว่า เพียว-สปอร์ตคาร์ (Pure Sportcar)

        หลายคนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย แบรนด์รถยนต์ที่เข้าไปครองใจวัยรุ่นและหยิบจับนำมาตกแต่ง โมดิฟาย ก็คงจะหนีไม่พ้นรถยนต์ในตระกูล Honda ทั้งหลาย ที่ไล่กันไปตั้งแต่รถ City Car, Eco Car ยาวไปถึงรถสปอร์ตหลายรุ่นๆ ที่ถึงแม้ว่าตัวรถจะออกมาหลายปีแล้ว ก็ยังสาวก Honda ถวิลหาอยากจะลองเป็นเจ้าของมันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งในวันนี้ทาง BoxzaRacing ก็จะมีอีกหนึ่งรถในดวงใจหลายๆคน กับ Honda S2000 รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้าขับเคลื่อนล้อหลังเพียงรุ่นเดียวของทาง Honda จากทีม Nagaoka ที่มาพร้อมกับการตกแต่งในสไตล์เรียบๆ ไม่มากหรือน้อยเกินไป แต่แฝงไปด้วยของแต่งสุดหายากหลายรายการเลยทีเดียว ส่วนรายละเอียดของ Honda S2000 คันนี้จะเป็นอย่างไรนั้น เราไปดูกันเลยครับ

เพราะฉะนั้น ในบทความนี้ ผมจึงเรียบเรียงเหตุผลทั้งหมด 5 ข้อ ที่ทำให้รถยนต์เปิดประทุนสัญชาติญี่ปุ่นคันนี้ กลายหนึ่งในรถสปอร์ต-ขับหลัง ที่ดีสุดเท่าที่โลกเคยมีมา…

1. Honda S2000 เป็นหนึ่งในรถตระกูล S-Series

หลายคนอาจจะคิดว่า Honda S2000 เป็นรถสปอร์ต-ขับหลัง เพียงคันเดียวของ Honda แต่เชื่อไหมว่า S2000 คันนี้มีเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลรถสปอร์ต ซึ่งเรียกว่า Honda S-series โดยสมาชิกของตระกูลนี้จะมีตัวอักษร S นำหน้าชื่อรุ่น และตัวเลขที่ตามหลังตัวอักษรจะบ่งบอกถึงความจุของเครื่องยนต์ (มีหน่วยเป็น ซีซี)

นำทีมโดยคุณปู่อย่าง S360 เปิดตัวในปี 1962 ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ Honda ได้เปิดตัวในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ (เมื่อก่อนผลิตแต่มอเตอร์ไซด์) หลังจากนั้นเพียง 1 ปี Honda S500 ก็ถูกเปิดตัวในปี 1963

Honda S360 และ Honda S500

และในปี 1964 Honda ก็ได้เปิดตัว S600 ซึ่งเป็นรถรุ่นแรกที่ได้มีเพิ่มรุ่นพวงมาลัยซ้ายเพื่อส่งไปขายยังประเทศยุโรป ถัดจากนั้นก็เป็น S800 ซึ่งเปิดตัวในปี 1965

Honda S600 และ Honda S800

และหลังจากตระกูล S-Series หายเงียบเข้ากลีบเมฆนานถึง 30 ปี ก็ถึงคราวแจ้งเกิดของพระเอกของเราในวันนี้ นั่นก็คือ Honda S2000 ถูกเปิดตัวเมื่อต้นปี 1999 ในฐานนะรถสปอร์ต-เครื่องวางหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลัง และหลังจากสร้างชื่อเสียงให้กับ Honda มานานถึง 10 ปี มันก็ได้ปิดไลน์การผลิตอย่างน่าเสียดายในปี 2009

Honda S2000 (AP1 1999-2003)

Honda S2000 (AP2 2004-2009)

และเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Honda ก็ได้เปิดตัว Honda S660 ซึ่งเป็นน้องเล็กคนสุดท้องแห่งตระกูล Honda S-series ซึ่งเป็นรถสปอร์ตขนาดจิ๋ว เครื่องยนต์วางกลางลำ-ขับเคลื่อนล้อหลัง มาพร้อมกับน้ำหนักเบาหวิวเพียงแค่ 830 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

Honda S660

2. Honda S2000 สามารถลากรอบได้ถึง 9000RPM!!

ด้วยความที่ว่า Honda เป็นค่ายรถยนต์โตมากับรถมอเตอร์ไซด์ มรดกในด้านเทคโนโลยี เครื่องยนต์รอบจัด ของรถสองล้อ จึงถูกส่งต่อมายังรถยนต์สี่ล้ออย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแคมเดี่ยวอย่าง D-series ที่อยู่ใน Honda Civic หรือแคมคู่อย่าง K-series ที่อยู่ใน Honda Integra ก็สามารถหมุนด้วยรอบเครื่องที่สูงลิบลิ่ว ราวกับว่าเป็นเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซด์ และแน่นอนว่าเครื่อง F-Series ที่อยู่ใน S2000 ก็มีเรดไลน์ที่สูงชวนเสียวไม่แพ้กัน

Honda S2000 รุ่นแรก (AP1 1999-2003) มาพร้อมกับเครื่องยนต์สี่กระบอกสูบ แคมคู่ DOHC-VTEC รหัส-F20C มีเรดไลน์สูงถึง 8,800 RPM และรอบตัดที่ 9,000 RPM!! นั่นทำให้ S2000 กลายเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ รอบจัด ที่สุดในยุคนั้น

สำหรับ Honda S2000 รุ่นที่ 2 นั้น (AP2 2004-2009) ถูกเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น F22C1 ความจุ 2.2-ลิตร (ความจริงแล้วมีความจุแค่ 2,157cc) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มแรงบิดซึ่งเป็นจุดด้อยของเครื่องยนต์ F20C ส่วนแรงม้าที่ได้นั้น เพิ่มขึ้นมาแค่เพียงนิดหน่อย แต่แรงบิดนั้นกระโดดขึ้นมาอย่างชัดเจนถึง 6% ในขณะเดียวกัน เรดไลน์ก็ถูกลดลงเหลือ 8,000 RPM และรอบตัดที่ 8,200 RPM แต่ก็ยังถือว่ารอบสูงอยู่ดีนะ…สำหรับเครื่องช่วงชักยาวอย่าง 2.2-ลิตร

3. Honda S2000 (เคย) เป็นรถที่มี แรงม้าสัมพัทธ์ เยอะที่สุดในโลก

เอาล่ะ ก่อนอื่นผมคงต้องอธิบายคำว่า แรงม้าสัมพัทธ์ เพื่อให้เข้าใจตรงกันก่อนนะครับ แรงม้าสัมพัทธ์ หรือ กำลังสัมพัทธ์ (Specific Horsepower หรือ Specific Output) เป็นตัวเลขที่บ่งชี้ กำลัง ที่เครื่องยนต์สร้างได้ต่อหน่วยหนึ่งความจุ ซึ่งปกติแล้วจะมีหน่วยเป็น แรงม้า ต่อ ลิตร

Honda S2000 รุ่นแรก (AP1) มาพร้อมกับเครื่องยนต์ F20C ความจุ 2.0-ลิตร ไร้ซึ่งระบบอัดอากาศแต่สามารถสร้างแรงม้าได้ 240 แรงม้า!! เพราะฉะนั้นจึงมีค่า แรงม้าสัมพัทธ์ เท่ากับ 120 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในโลก!!

หลังจากนั้นให้หลังประมาณ 10 ปี ตำแหน่งแชมป์ของเครื่องยนต์ที่มี แรงม้าสัมพัทธ์ มากที่สุด ก็ถูกเปลี่ยนมือไปให้กับค่ายรถยนต์ซุปเปอร์คาร์จากอิตาลีอย่าง Ferrari โดยรถที่มาแย่งตำแหน่งจาก S2000 นั้น ก็คือ Ferrari 458 Italia ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.5-ลิตร สร้างแรงม้าได้ 562-แรงม้า ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นแรงม้าสัมพัทธ์ จะมีค่าเท่ากับ 124.8 แรงม้า*

(*อ้างอิงจาก jdmspecengines)

4. Honda S2000 มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 50:50

การกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 คือ การที่รถยนต์มีน้ำหนักกระทำที่ล้อคู่หน้า 50% ของน้ำหนักตัวรถ และมีน้ำหนักกระทำที่ล้อคู่หลัง 50% เช่นเดียวกัน และในกรณีของ Honda S2000 (มีน้ำหนักรวม 1,274 กิโลกรัม) ซึ่งถูกออกแบบให้มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ทำให้มีน้ำหนักลงที่ล้อหน้าเท่ากับ 637 กิโลกรัม และน้ำหนักลงที่ล้อหลังก็เท่ากัน นั่นก็คือ 637 กิโลกรัม

แล้วกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 มันดียังไง

แน่นอนว่าเมื่อน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังเท่ากันแล้ว ความสมดุล มันก็จะบังเกิด และความสมดุลนี้เอง ที่ส่งผลให้ตัวรถมีความเสถียรและตอบสนองได้อย่างทันที ซึ่งนี่ก็คือความลับที่ทำให้ S2000 เป็นรถสปอร์ตที่ขึ้นชื่อว่า ขับสนุก มากที่สุดคันหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา

หลายคนอาจสงสัยว่า Honda S2000 มีเครื่องยนต์อยู่ด้านหน้าไม่ใช่เหรอ น้ำหนักที่ลงล้อหน้า…มันก็ต้องมากกว่าล้อหลังดิ ทำไมกลายเป็นว่า สมดุล ซะงั้น

ความจริงแล้ว ตำแหน่งเครื่องยนต์ของ S2000 นั้นจะถูกวางค่อนไปทางด้านหลัง ซึ่งเราเรียกตำแหน่งนี้ว่า Front-Mid(ฟร็อนท์-มิด) โดยการ ร่น เครื่องยนต์ไปทางด้านหลังนั้น จะช่วยให้สามารถกระจายน้ำหนักไปสู่ล้อหลังได้มากขึ้น และช่วยให้สามารถรักษาสมดุลน้ำหนักแบบ 50:50 ได้นั่นเอง

นอกจาก Honda แล้ว ค่ายรถยนต์สัญชาติเยอรมันอย่าง BMW ก็อาศัยหลักการเดียวกันนี้ พัฒนารถยนต์ที่มีการกระจายน้ำหนักที่สมดุล เพื่อให้ตัวรถมีการตอบสนองที่ดีและขับสนุกอย่างที่รถสปอร์ตเปิดประทุน…ควรจะเป็น

BMW Z4 Roadster

5. Honda S2000 มีรุ่นพิเศษมากถึง 6 รุ่น

ถึงแม้รถสปอร์ตจากค่าย Honda คันนี้ จะไม่มีโอกาสได้ติดยศ Type R เหมือนอย่าง Civic และ Integra แต่ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะครับ เพราะว่า Honda S2000 มีรุ่นพิเศษให้เลือกถึง 6 รุ่น!!