. . .

วิ่งถนนก็ได้ วิ่งสนามก็ดี McLaren 600LT มีดีหลายอย่าง

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ รถสปอร์ทที่ค่ายแมคลาเรนทำขายมีอยู่ด้วยกัน 3 ซีรีส์ คือ สปอร์ทส์ ซีรีส์ (SPORTS SERIES) ซูเพอร์ ซีรีส์ (SUPER SERIES) และ อัลทิเมท ซีรีส์ (ULTIMATE SERIES) เฉพาะรถ สปอร์ทส์ ซีรีส์ ซึ่งค่าตัวย่อมเยาที่สุด ก่อนการปรากฏตัวของรถโมเดลใหม่นี้ มีรถให้คนรักรถเงินถึงและใจถึงเลือกใช้ได้รวม 4 โมเดล เป็นรถคูเป 3 โมเดล คือ แมคลาเรน 540 ซี คูเป (McLAREN 540C COUPE) แมคลาเรน 570 เอส คูเป (McLAREN 570S COUPE) แมคลาเรน 570 จีที (McLAREN 570GT) และเป็นรถเปิดประทุน 1 โมเดล คือ แมคลาเรน 570 เอส สไปเดอร์ (McLAREN 570S SPIDER)

ส่วน แมคลาเรน 600 แอลที (McLAREN 600LT) ที่กำลังอวดรูปทรงองค์เอวอยู่นี้ นับนิ้วได้ว่าเป็นรถ สปอร์ทส์ ซีรีส์ โมเดลที่ 5 เพิ่งอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมรถแข่ง GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED ซึ่งมีขึ้นในอังกฤษเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2018 และกล่าวได้ว่า เป็นรถ สปอร์ทส์ ซีรีส์ ที่ทรงพลังที่สุด วิ่งได้เร็วที่สุด และมีน้ำหนักตัวเบาที่สุดในขณะนี้

Mclaren 600LT คือสมาชิกลำดับที่ 4 แห่งตระกูล LT (Longtail) ในกลุ่มสปอร์ตซีรีส์ (Sport Series) มุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพสูงสุด และทรงพลังสูงสุดในกลุ่มเดียวกัน พัฒนาจากวิศกรรมยานยนต์ชั้นเลิศของสายพันธุ์รถแข่ง GT ขนานแท้ เพิ่มความแรงและน้ำหนักเบา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ด้วยเครื่องยนต์ M838TE V8 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ ส่งมอบขุมพลัง 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด กระปุกเกียร์แบบ SSG โหมด Normal, Sport และ Track ความแรงและเร็วเปรียบดั่งกระสุนเงิน ยกระดับตำนานตระกูล LT คลาสสิก ให้ก้าวล้ำสู่อนาคต ด้วยความเบาจากโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ รับประกันความรู้สึกร่วมของผู้ขับที่จะสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อการขับบนท้องถนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังคงคาแรกเตอร์ของรถสปอร์ต สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 328 กิโลเมตร/ชั่วโมง

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น 570 เอส คูเป้ รถแมคลาเรน 600 แอลที มีน้ำหนักที่เบากว่าถึง 96.4 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ และการใช้แชสซีส์ MonoCell II คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาลงถึง 75 กิโลกรัม พร้อมล้ออัลลอยที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาพิเศษ พัฒนาระบบกันสั่นสะเทือน เพิ่มประสิทธิภาพ front track รวมถึงการปรับการตกแต่งภายในที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์สูงสุด พร้อมพุ่งทะยานสู่ท้องถนนด้วยศักยภาพที่เหนือชั้นเต็มรูปแบบ ช่วงล่างใช้แบบตัวซับแรงแบบแปรผันอิสระ ปีกนกอลูมิเนียมคู่ โหมด Normal, Sport และTrack มาพร้อมล้อด้านหน้า 8 x 19 นิ้ว หลัง 11 x 20 นิ้ว ยาง Pirelli P ZERO™ Trofeo R หน้า 225/35/R19 หลัง 285/35/R20 จานเบรกคาร์บอนเซรามิก (หน้า 390 มม. หลัง 380 มม.) คาลิเปอร์อลูมิเนียม (หน้า 6 ลูกสูบ หลัง 4 ลูกสูบ)

การตกแต่งภายในของ Mclaren 600LT นั้น เป็นการตกแต่งแบบ Alcantara® เน้นการใช้ห้องโดยสารที่เหมาะสมกับการแข่งขัน เพื่อลดน้ำหนักตัวรถให้เบาลง, แผงควบคุม Active Dynamics Panel ช่วยให้นักขับสามารถตั้งค่าระบบเกียร์ส่งกำลังและการควบคุมของ 600แอลที ให้เหมาะสมกับสภาพถนนหรือสนามแข่งได้อย่างดีเยี่ยม, อุปกรณ์มาตรฐานไม่รวมระบบปรับอากาศ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม และระบบเครื่องเสียง เพื่อลดภาระน้ำหนักของตัวรถ, ที่นั่งแบบรถแข่งโครงคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้ครั้งแรกในรุ่นแมคลาเรน พี1 (McLaren P1™) ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, นำเทคโนโลยีของรถในตระกูล Ultimate Series มาใช้ใน 600แอลที และที่นั่งแบบรถแข่งโครงคาร์บอนไฟเบอร์มาจากแมคลาเรน เซนนา มีเป็นออพชั่นให้เลือกติดตั้งได้ตามต้องการ

เนื่องจากมีน้ำหนักตัวที่เบามาก คือ มีน้ำหนักตัวพร้อมขับ (ที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า KERB WEIGHT) 1,356 กก. และมีน้ำหนักรถเปล่า (ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า DRY WEIGHT) ซึ่งเบามาก คือ แค่ 1,247 กก. รถโมเดลนี้จึงมี POWER-TO-WEIGHT RATIO หรืออัตราส่วนกำลังเครื่องยนต์ต่อน้ำหนักตัวที่เยี่ยมมาก คือ สูงถึง 481 แรงม้า/ตัน สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังขาอะไร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาแค่ 2.9 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาแค่ 8.2 วินาที และอัตราเร่ง 0-300 กม./ชม. ใช้เวลา 24.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุด คือ 328 กม./ชม. ที่อาจขัดใจคนรักสีเขียวก็คือ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่สูงถึง 11.7 ลิตร/100 กม. หรือ 8.5 กม./ลิตร และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงถึง 266 กรัม/กม. (NEDC)

เป็นรถค่าตัว 185,500 ปอนด์ หรือประมาณ 8.33 ล้านบาทไทย ที่จะผลิตในจำนวนจำกัด และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็คือ ผู้ที่ไม่ว่าแมคลาเรนทำรถรุ่นใดก็ต้องซื้อไว้ก่อน 1 คัน