. . .

สุดยอดไฮเปอร์คาร์ 3 สูบ Koenigsegg Gemera แรงจัดด้วย 1,700 แรงม้า

koenigsegg gemera

         สำหรับ Koenigsegg Gemera ได้ถูกพัฒนา โดดเด่นตั้งแต่หน้าตาด้วยงานดีไซน์ตามหลักแอร์โรไดนามิกรอบคัน พร้อมการใช้แซสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque มีอลูมิเนียมเสริมแกร่ง ตามจุดยึดต่างๆ โดยมีน้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,715 กิโลกรัม มีพื้นที่เก็บสัมภาระทั้งด้านหน้า และหลังรวม 200 ลิตร กล้องมองภาพถูกนำมาใช้แทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม ประตูยังคงเอกลักษณ์แบบ Dihedral synchro-helix เปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้อเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore เจนที่ 2 ด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว และหลัง 22 นิ้ว ท้ายรถให้ฝาครอบเครื่องแบบกระจก พร้อมการวางตำแหน่งท่อไอเสียอยู่ด้านบนแบบไทเทเนียม จาก Akarapovic ตัวถังออกแบบให้ยกเป็นสปอยเลอร์ท้ายในตัว และเสริม Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไว้ด้านล่าง

คริสเตียน ฟอน โคนิกเซกก์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Koenigsegg กล่าวว่า Gemera คือรถสไตล์ “Mega-GT” ซึ่งเป็นเซกเมนท์ใหม่ล่าสุดเกิดจากการผสมผสานระหว่างรถไฮเปอร์คาร์สุดขั้วเข้ากับพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Gemera มีกำหนดการเผยโฉมที่งาน 2020 เจนีวา มอเตอร์โชว์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์แต่เนื่องจากถูกยกเลิกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ค่ายรถสัญชาติสวีดิชจึงนำเสนอผ่านช่องทางออนไลน์แทน

ภายในห้องโดยสาร มาในรูปแบบ 4 ที่นั่ง เป็นเบาะ Bucket Seats วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ที่วางแก้วมากถึง 8 ช่อง ส่วนคนขับมีพวงมาลัยปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ยึดติดกับจอมาตรวัดความเร็วสุดล้ำ มีกล้อง 360 องศา ให้จอสัมผัส Infotainment ขนาด 13 นิ้ว ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ควบคุมระบบภายในรถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ความบันเทิงมากมาย พร้อมลำโพง 11 ตำแหน่ง 

         ไฮไลท์สำหรับเครื่องยนต์ สำหรับ Koenigsegg Gemera เรียกว่าเป็นลูกผสมพร้อมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตรสามสูบ Twin-turbo Freevalve กำลังสูงสุด 600 แรงม้า (BHP) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-7,000 รอบ/นาที ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า อีก 3 ตัว ที่ล้อหลัง 2 ตัว และอีกตัวอยู่ตำแหน่งชุดเพลาะข้อเหวี่ยง ที่มาพร้อมพละกำลัง 800 กิโลวัตต์หรือ 1,100 แรงม้า ส่งผลให้ได้กำลังรวมถึง 1,700 แรงม้า (BHP) แรงบิดมหาศาล 3,500 นิวตัน-เมตร ซึ่งสามารถเร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ท๊อปสปีดระดับ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD) 
นอกจากนี้ยังสามารถวิ่งแบบไฟฟ้า 100% ด้วย EV โหมด ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร ส่วนถ้าเดินทางไกลสามารถใช้โหมด Hybrid ได้แบบยาวๆ ถึง 950 กิโลเมตร   ระบบเบรคจานคาร์บอน-เซรามิค คาลิปเปอร์ด้านหน้า 6 สูบ ขนาด 415 มม. และคาลิปเปอร์หลัง 4 สูบ ขนาด 390 มม. พร้อม ABS และ Electric Brake Booster