. . .

เผยโฉม 2020 Kawasaki Z H2 ซูเปอร์เนคเก็ตขุมพลังซูเปอร์ชาร์จที่ถ่ายทอดจาก Kawasaki Ninja H2

Kawasaki เผยโฉม 2020 Kawasaki Z H2 ซูเปอร์เนคเก็ตขุมพลังซูเปอร์ชาร์จที่ถ่ายทอดจาก Kawasaki Ninja H2 ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีการขับขี่ที่อัดแน่น อัดฉีดอะดรีนาลีนเติมเต็มวามเร้าใจยิ่งขึ้น โดยได้เปิดตัวรอบปฐมทัศน์อย่างเป็นทางการในงาน Tokyo Motor Show 2019

Kawasaki Z H2

เน็กเก็ตที่แรงที่สุดของยุค Kawasaki Z H2 เครื่องยนต์สี่สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 16 วาล์ว ซูเปอร์ชาร์จ 200 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบต่อนาที

ตัวรถสร้างบนพื้นฐานเดียวกับ Kawasaki H2 สปอร์ตไบค์ซูเปอร์ชาร์๗ทีเ่ปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2015 โดยเน้นไปที่รอบต่ำกลาง เครื่องยนต์ที่ควบคุมได้ง่ายขึ้น ปลายท่อไอเสียเล็กลง

Kawasaki Z H2 ได้รับการอัพเกรดเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว DOHC ความจุ 998 ซีซี. ผสานด้วยระบบอัดอากาศซูเปอร์ชาร์จ โดยปรับแรงบิดให้ต่ำในช่วงกลาง เน้นการควบคุมที่ง่าย เหมาะกับการวิ่งบนท้องถนนธรรมดา แต่คงความแรงสุดขีดด้วยอัตราส่วนกำลังอัด 11.2:1

Kawasaki Z H2

ให้สมรรถนะที่ 200 แรงม้า ที่ 11,000 รอบ/นาที แรงบิด 137 นิวตัน-เมตร ที่ 8,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ส่งผ่านล้อหลังสู่โซ่, Kawasaki Quick Shifter (KQS) และถังน้ำมัน 19 ลิตร

Kawasaki Z H2

ตัวรถได้รับการปรับองศาของล้อ โช้คอัพ และแฮนด์ใหม่เล็กน้อย เพื่อการจัดท่านั่งที่เหมาะสม เฟรมรถแบบ Trellis ที่ได้รับการอัพเกรดใหม่เพื่อให้มีน้ำหนักเบา ประกอบกับสวิงอาร์มก็ได้นำเทคโนโลยีจาก Ninja ZX-10RR มาปรับปรุงใหม่ร่วมด้วย

Kawasaki Z H2

ด้านระบบกันสะเทือนใช้โช้คอัพหัวกลับและโมโนโช้คหลังจาก Showa, ชุดดิสก์เบรกจาก Brembo M4.32 พร้อมจานเบรกคู่ขนาดใหญ่ 290 มม. ส่วนชุดเบรกหลังจะมาจาก Nissin พร้อมจานเบรกขนาด 226 มม.

Kawasaki Z H2

ผสานร่วมกับ Kawasaki Intelligent anti-lock Brake System (KIBS) และกล่อง Bosch IMU ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรภาพในการทรงตัว และควบคุมได้คล่องตัวยิ่งขึ้นและทำงานร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์รายการอื่นๆ เช่น Kawasaki traction Control (KTRC), Kawasaki Launch Control (KLCM)

Kawasaki Z H2

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Kawasaki Z H2 อาทิ เรือนไมล์ TFT จอสี  โหมดขับขี่ที่สามารถเลือกได้ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Road, Rain, Rider, โหมดเลือกกำลังขับเคลื่อน, Cruise control, ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น Kawasaki Rideology, ระบบไฟ LED เป็นต้น