. . .

แรงติดปีก Ducati Streetfighter V4 208 แรงม้า เด็ดกระชากใจ เปิดตัวแล้ว

เนื่องในงาน Ducati World Première 2020 ที่ผ่านมา ได้มีการเผยโฉมมอเตอร์ไซค์ตัวแรงๆ เด็ดๆ รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาหลายรุ่น โดยเฉพาะโมเดล V4 ที่มาพร้อมกัน ได้แก่ 2020 Panigale V4 และ All-New Ducati Street Fighter V4 สตรีทเนคเก็ตระดับตัวแรงระดับไฮเอนด์ที่ใช้เครื่องยนต์ V4 พกทั้งความแรงและออพชั่นแน่น พร้อมต่อกรกับค่ายคู่แข่งจากญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ในอีกซีกโลกหนึ่งอย่าง Kawasaki Z H2 ด้วยสมรรถนะที่เหนือที่สุดในโลก

Ducati Street Fighter V4 ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Panigale V4 โดยเฉพาะ ขุมพลังเครื่องยนต์ Desmodromic 90° V4 ความจุ 1,103 ซีซี. ที่ได้รับการปรับสมรรถนะใหม่ให้เหมาะสมสำหรับการวิ่งบนท้องถนน โดยยังคงกำลังขับเคลื่อนสูงสุดถึง 208 แรงม้า ที่ 12,750 รอบ/นาที แรงบิด 123 นิวตันเมตร ที่ 11,500 รอบ/นาที

และหากต้องการความแรงมากขึ้น ก็ยังมีรุ่น S ที่มาพร้อมกับชุดท่อไอเสีย Akrapovic แบบ Full System ซึ่ง Ducati Street Fighter V4 s จะสามารถให้สมรรถนะมากถึง 220 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร เลยทีเดียว

เครื่องยนต์สำหรับทั้งสองรุ่นเป็นเครื่องยนต์ V4 Desmosedici Stradale ขนาด 1,103 cc. จากตัวต้นแบบ Panigale V4 ซึ่งมีการปรับจูนคันเร่งและอัตราส่งกำลังสุดท้าย ให้มีการส่งกำลังที่เป็น “รถถนน” มากขึ้น จากที่ Panigale มีความเป็นรถสนามแบบเต็มขั้น โดยเครื่องยนต์นี้ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 208hp (153 kW) ที่ 12,750 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตร ที่ 11,500 รอบต่อนาที และสำหรับชาวฮาร์ดคอร์ทั้งหลายแหล่ ดูคาติก็ได้มีชุดแต่ง Race-kit Akrapovic exhause system หรือท่อไอเสียแบบรถแข่งของ Akrapovic ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 220hp

ประกอบกับการออกแบบตัวรถใหม่ที่ไม่มีแฟริ่งหน้า ส่งผลทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม แต่ก็ได้ปรับดีไซน์เพิ่มความสามารถในการรีดอากาศ ควบคู่กับการเพิ่มปีกสองชั้น โดยตัวปีกสามารถสร้างแรงกดได้มากถึง 28 กิโลกรัม ในความเร็ว 268 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อช่วยในการเกาะถนน และลดการต้านอากาศ และช่วยระบายความร้อนหม้อน้ำตั้งแต่ 2-10% เมื่อเทียบกับรถที่ไม่มีปีกสองชั้น

ในส่วนของ Streetfighter V4 S มีระบบช่วงล่างแบบ Hi-end เริ่มที่โช้คหน้า NIX-30 และโช้คหลัง TTX36 จาก Öhlins รวมถึงกันสบัดไฟฟ้าจาก Öhlins เช่นกัน โดยทั้งหมดมีการควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าแบบ Active ซึ่งหมายความว่า มันมีการประมวลผลและปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์อยู่ตลอด และหากใครไม่ถูกโฉลกกับระบอิเล็กทรอนิคส์ล่ะก็ สามารถปิดการทำงานของระบบไฟฟ้าได้ทั้งหมดเช่นกัน

ส่วนระบบเบรกจะเป็นชุดดิสก์เบรกพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo Stylema monobloc กับจานเบรกหน้าขนาด 330 มิลลิเมตร และจานเบรกด้านหลังขนาด 245 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Ducati Cornering ABS EVO

สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะมีทั้งชุดกล่อง IMU, ABS Cornering EVO,Ducati Traction Control (DTC) EVO 2, Ducati Slide Control (DSC), Ducati Wheelie Control (DWC) EVO, Ducati Power Launch (DPL), Ducati Quick Shift up/down (DQS) EVO 2, Engine Brake Control (EBC) EVO และ Ducati Electronic Suspension (DES) EVO

สำหรับราคาของ Ducati Street Fighter V4 จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 ราคา ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน ราคา 19,990 ยูโร หรือราวๆ 6.74 แสนบาท และ V4 S ราคา 22,990 ยูโร หรือราวๆ 7.75 แสนบาท (ยังไม่รวมภาษีทั้ง 2 รุ่น) โดยจะผลิตในโรงงานดูคาติ ณ โบโลญญ่า อิตาลี พร้อมส่งมอบในเดือนมีนาคม 2020 เป็นต้นไป